· ARUM Team · LED Knowledge  · 2 min read

Voltage Drop คืออะไร? ทำไมไฟเส้น LED ถึงหรี่ปลายสาย

อธิบายปัญหา Voltage Drop ในไฟเส้น DC 24V คืออะไร เกิดจากอะไร และวิธีแก้ให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

อธิบายปัญหา Voltage Drop ในไฟเส้น DC 24V คืออะไร เกิดจากอะไร และวิธีแก้ให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

ใครเคยติดไฟเส้น LED ยาวๆ แล้วสังเกตว่าปลายสายสว่างน้อยกว่าต้นสาย นี่ไม่ใช่เส้นเสีย แต่เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า Voltage Drop ซึ่งสามารถป้องกันได้ถ้าเข้าใจและออกแบบระบบให้ถูกตั้งแต่แรก

Voltage Drop คืออะไร

Voltage Drop หรือ “แรงดันตก” คือการที่แรงดันไฟฟ้าลดลงตามความยาวของสายตัวนำ เมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านทองแดง ทองแดงเองก็มีความต้านทาน (แม้จะน้อยมาก) พลังงานบางส่วนจึงถูกแปลงเป็นความร้อนและแรงดันปลายสายจะต่ำกว่าต้นสาย

สูตรพื้นฐาน: V_drop = I × R (แรงดันตก = กระแส × ความต้านทาน)

ในไฟเส้น LED 12V/24V DC ปัญหานี้ชัดเจนเพราะ:

  • กระแส (I) มักสูง เช่น 5A ขึ้นไป
  • เส้นทองแดงใน PCB ของ LED Strip บาง — ความต้านทานสะสมเร็ว
  • ระยะยาวเกิน 5 เมตร แรงดันจะเริ่มตกเห็นได้ชัด

ทำไมถึงเกิดและทำงานอย่างไร

ลองดูตัวอย่าง: ไฟเส้น 24V COB กินไฟ 12W/ม. ติด 10 เมตรต่อเนื่อง

  • กระแสรวม = 120W ÷ 24V = 5A
  • ความต้านทานของเส้นทองแดงใน strip ประมาณ 0.5-1Ω ต่อ 10 ม.
  • แรงดันตกที่ปลายสาย = 5A × 1Ω = 5V
  • ปลายสายเหลือแรงดัน 24-5 = 19V (-21%)

LED ที่ออกแบบให้ทำงานที่ 24V เมื่อได้รับ 19V จะสว่างน้อยกว่าที่ควรประมาณ 40% เห็นเป็นไฟหรี่ปลายสายชัดเจน

ยิ่งเป็นระบบ 12V ปัญหาจะหนักกว่าเท่าตัว เพราะเพื่อให้ได้กำลังเท่ากัน ต้องใช้กระแสมากกว่า 2 เท่า แรงดันก็ตกมากกว่า 2 เท่า — นี่คือเหตุผลที่เส้นยาวควรเลือก 24V

วิธีตรวจสอบว่ามี Voltage Drop

1. ใช้มัลติมิเตอร์ — วัดแรงดัน DC ที่ต้นเส้นและปลายเส้นเทียบกัน

  • ต่างกันไม่เกิน 3% — ปกติ
  • ต่างกัน 3-10% — ยอมรับได้ แสงหรี่เล็กน้อย
  • ต่างกันเกิน 10% — ต้องแก้ไข

2. สังเกตด้วยตา — ถ่ายรูปต้นสายและปลายสาย เปรียบเทียบความสว่าง ถ้าเห็นชัดเจนว่าปลายสายมืด แสดงว่ามีปัญหา

3. วัดอุณหภูมิ — ต้นสายร้อนกว่าปลายสาย 5-10°C แปลว่ากระแสไหลเข้ามากไปที่ต้นสาย

วิธีแก้ Voltage Drop

วิธีที่ 1: Dual Feed (จ่ายสองทาง) — จ่ายไฟเข้าทั้งหัวและท้ายของเส้น ลดระยะที่กระแสต้องวิ่งครึ่งหนึ่ง ลด voltage drop ได้ 75%

วิธีที่ 2: แบ่งเป็นท่อนสั้น — ถ้าเส้นยาว 15 เมตร แบ่งเป็น 3 ท่อนๆ ละ 5 เมตร จ่ายไฟเข้าแต่ละท่อนด้วยสายที่มาจาก PSU แยก ไม่ให้กระแสไหลต่อเนื่องใน strip

วิธีที่ 3: ใช้สายลากขนาดใหญ่ — สายจาก PSU ถึงจุดจ่ายไฟเข้าเส้น ต้องใหญ่พอ:

  • ระยะ ≤ 3 ม. — AWG 18 (1.0 mm²)
  • ระยะ 3-6 ม. — AWG 16 (1.5 mm²)
  • ระยะ 6-10 ม. — AWG 14 (2.5 mm²)

วิธีที่ 4: เลือก 24V แทน 12V — สำหรับงานยาว voltage drop น้อยกว่าครึ่ง

วิธีที่ 5: ใช้ Constant Current strip — เส้นแบบนี้มีวงจร IC ควบคุมกระแสในตัว ทำให้ voltage drop มีผลน้อยกว่ามาก แต่ราคาสูงกว่าปกติ 50-100%

การออกแบบระบบให้ไม่มีปัญหาตั้งแต่ต้น

ถ้ารู้ตั้งแต่ก่อนออกแบบ จะประหยัดเวลาและเงินมาก หลักการคือ:

  • อย่าต่อเส้นเดียวยาวเกิน 5 ม. สำหรับ 24V หรือเกิน 3 ม. สำหรับ 12V
  • จ่ายไฟเข้าหลายจุด — คิดตำแหน่ง PSU ให้ใกล้เส้นที่สุด
  • ใช้สายเส้นใหญ่เกินจำเป็นเล็กน้อย — ค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่มาก แต่ลดปัญหาในอนาคต
  • เลือกเส้นที่มีทองแดงเยอะ (2-oz copper PCB ขึ้นไป) — ความต้านทานน้อยกว่าเส้นทั่วไปครึ่งหนึ่ง
  • เผื่อ Headroom ของ PSU 25% — ไม่ใช่พอดี เพราะ PSU ที่ทำงานเต็มพิกัดจะมีแรงดันไม่คงที่

สรุป

Voltage Drop เป็นเรื่องฟิสิกส์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บริหารจัดการได้ ถ้ารู้จักวางระบบให้ถูก เลือก 24V, จ่ายไฟหลายจุด, และใช้สายใหญ่พอ ก็สามารถทำไฟเส้น LED ยาว 20-30 เมตรได้โดยไม่มีปัญหาแสงหรี่ปลายสาย สนใจ COB Strip Light และ Power Supply คุณภาพพร้อมคำแนะนำการออกแบบระบบ ติดต่อ Arumstores ได้เลยครับ ดูสินค้าทั้งหมด

แชร์บทความ:
Back to Blog

Related Posts

View All Posts »
คู่มือ ไฟ COB

คู่มือ ไฟ COB

คู่มือไฟ COB ฉบับสมบูรณ์ ครบทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนซื้อและติดตั้ง

A
ArumStores
ตอบภายใน 1 นาที
สวัสดีค่ะ! 😊 ยินดีให้บริการค่ะ สนใจไฟเส้น LED หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องไหนดีคะ?